ปรัชญาการทำงานและการดำเนินชีวิตโดย ดร.เทียม โชควัฒนา
- กินข้าวอย่างมังกร
ทำงานอย่างเสือ คนจีนมองมังกรเป็นสัตว์ที่สง่างาม
ฉะนั้นถ้าจะทำอะไรรวดเร็วก็ต้องเร็วแบบสง่างาม
ส่วนเสือนั้นคนจีนมองว่าปราดเปรียวในการล่าเหยื่อ และไม่กินลูกตัวเอง
หมายถึงให้ทำงานอย่างคล่องตัว ทำงานเป็นทีม และไม่รังแกพวกเดียวกัน
- ตักน้ำเต็มได้แค่ภาชนะบรรจุเท่านั้น
ในการดำเนินธุรกิจ ถ้ารู้จักเสียสละแบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้อื่นหรือสังคม
รวมทั้งจ่ายภาษีให้รัฐได้พัฒนาประเทศอย่างเต็มที่
ธุรกิจก็จะเจริญรุ่งเรืองขยายกิจการใหญ่ขึ้นได้
อุปมาเหมือนภาชนะที่มีน้ำเต็มแล้ว ตักน้ำออกไปทำประโยชน์ที่อื่นบ้าง
ก็จะมีโอกาสจะตักน้ำเติมเข้ามาได้อีก และมากขึ้นเรื่อยๆ
จนในที่สุดก็มีโอกาสที่จะเพิ่มจำนวนภาชนะ หรือขยายขนาดภาชนะให้ใหญ่ขึ้นได้
- สะสมลาภ ยศ ความดี
เพื่อประโยชน์ในภายภาคหน้า ถ้าจะให้ชื่อเสียงดี มีเกรียติยศ มีภาพพจน์ดี
เป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปในอนาคต ต้องกระทำความดีอย่างสม่ำเสมอ
- เดินเร็ว
ฝีเท้าย่อมไม่สวยและอาจหกล้มได้
จะก้าวให้มั่นคงและกิจการไม่ล้มเหลวต้องรอบคอบเสมอ
- เกรียติที่สูง
ไม่จำเป็นต้องให้ตัวเองอวดอ้าง
ถ้าเราทำตัวเหมาะสมกับคนที่มีเกรียติแล้วไม่อวดอ้าง คนอื่นก็จะมอบเกรียติให้เราเอง
- การช่วยเหลือผู้อื่น
และมองคนในแง่ดี ทำให้เกิดสุขทางใจ การทำบุญ ทำทาน ช่วยเหลือผู้อื่น
มองหรือคิดถึงผู้อื่นในแง่ดี ทำให้จิตใจของตนดีและมีความสุขได้
- ผู้ที่เป็นผู้นำได้
ต้องผ่านความลำบากมาก่อน
คนที่เคยลำบากมาแล้วย่อมเป็นหัวหน้างานที่สามารถให้กำลังใจกับลูกน้องได้ดี
- ทำงานมากก็ผิดพลาดมาก
ทำน้อยก็ผิดพลาดน้อย คนเราทำงานก็ต้องมีการผิดพลาดบ้าง คนที่ไม่มีความผิด
ก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย
- หากดีแต่พูด ไม่ลงมือทำ
ความคิดก็ไม่อาจเป็นจริงได้
เมื่อไม่ลองปฏิบัติก็ไม่รู้ว่าที่คิดนั้นทำง่ายหรือยาก
งานบางอย่างอาจพูดง่ายแต่ทำยาก
- การทำงาน ต้องมีเป้าหมาย
การทำงานโดยไม่มีเป้าหมาย เหมือนคนที่ไม่มีจุดมุ่งหมายของชีวิต
- เราพูดด้วยความโมโหเพียงครั้งเดียว
แต่อยู่ในใจของคนอื่นตลอดชีวิต การพูดโดยใช้อารมณ์ ไม่ใช่สติไตร่ตรองเสียก่อน
แม้เพียงครั้งเดียวก็อาจทำลายทั้งตนเอง และมิตรภาพได้ตลอดไป
- ความใกล้ชิด
ย่อมนำมาซึ่งความเข้าใจ และผลของงานที่ดี การทำงานใกล้ชิดกับลูกน้อง
หัวหน้านอกจากมีโอกาสศึกษาผลของงานแล้ว
ยังได้ศึกษานิสัยการทำงานของลูกน้องด้วย
- ทำการค้าต้องเดินสายกลาง
ยึดหลักมั่นคงไว้ก่อน ทำการค้าอย่าลงทุนเกินตัว ต้องเก็บส่วนหนึ่งไว้ เป็นความมั่นคงของตนเอง
และครอบครัวด้วย
- ผิดครั้งแรกเป็นครู
แต่ผิดซ้ำสองนั้นถือว่าโง่ คนเราทำงานก็ต้องผิดพลาด
แต่สิ่งสำคัญต้องจดจำความผิดนั้น นำมาวิเคราะห์หาสาเหตุ
ถ้าผิดซ้ำซากก็เหมือนคนที่หาบทเรียนจากประสบการณ์ไม่ได้
- คนจะโง่ หรือ ฉลาด ดูได้จากคำพูด
คำพูดเปรียบเหมือนประตูของจิตใจ คนโง่จะพูดเรื่องที่ขาดหลักคิดและเหตุผล
ในขณะที่คนฉลาดจะมีเหตุผลและหลักคิดที่ดี
- ไม่มีใครเคยตายเพราะงานหนัก
ในการทำงาน ให้ยึดหลักว่าทำเข้าไปเถิดสิ่งที่ว่ายาก เพราะยิ่งทำสิ่งที่ยากมาก
หรือหนักมาก ก็ยิ่งรู้มาก
- ชีวิตการศึกษา
ต่างจากชีวิตการทำงาน ในชีวิตการศึกษา เราจะรับความรู้จากครูบาอาจารย์
คนที่จบการศึกษาใหม่ๆ มักจะยึดติดกับทฤษฏีที่ร่ำเรียนมา
เปรียบเสมือนมีศีรษะและความคิดเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีด้านและมุมที่ตายตัว
จึงเข้ากับผู้อื่นได้ยาก แต่ในชีวิตการทำงาน
เราต้องหาความรู้จากสิ่งรอบข้างและประสบการณ์ แล้วถ่ายทอดต่อให้ผู้อื่น
จึงต้องปรับตัวเข้ากับผู้อื่นให้ได้ เปรียบเหมือนพัฒนาศีรษะและความคิดของตน
จากรูปสี่เหลี่ยมให้เป็นทรงกลม ทรงรี และ ทรงแหลมในที่สุด เพราะรูปทรงแหลม
สามารถสอดแทรกไปได้ง่าย
หมายความว่าคนผู้นั้นมีความสามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้
- ตระกูลที่สะสมแต่กรรมดี
ย่อมประสบแต่สิ่งสิริมงคล ชีวิตของคนเราต้องทำแต่สิ่งที่ดีงาม จึงจะเจริญ
- ความรู้มีอยู่ทุกหนแห่ง
อยู่ที่เราจะรับรู้หรือไม่ เราหาความรู้ได้ทุกหนแห่งทุกเวลา
อยู่ที่เราจะเก็บเกี่ยวอย่างไรและเมื่อไร
บางคนมีความสามารถในการเก็บเกี่ยวซึมซับความรู้ จากสิ่งแวดล้อมและประสบการณ์
อาจมีความรู้มากกว่าคนที่จบจากมหาวิทยาลัยเสียอีก
และบางครั้งความรู้ที่ได้จากสถานการณ์จริง และประสบการณ์นั้น
สามารถทำมาใช้ในชีวิตได้ดีกว่า
- หัวหน้าที่ดีต้องรู้จักชื่นชมลูกน้อง
หัวหน้างานที่ค้นหาจุดเด่นของลูกน้องแล้วชมเชย จะเป็นกำลังใจให้ลูกน้องหมั่นทำความดีต่อไป
แต่หัวหน้างานที่คอยแต่จะค้นหาจุดด้อยมาตำหนิ จะทำให้ลูกน้องหมดกำลังใจ
กล่าวได้ว่าเป็นคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของลูกน้อง
- ร่างกายต้องการอาหารกายฉันใด
จิตใจต้องการอาหารใจฉันนั้น
ขณะที่ร่างกายของคนเราต้องการอาหารเพื่อเป็นพลังในการมีชีวิต
จิตใจของคนเราก็ต้องการความรู้และหลักคิดที่ดี เพื่อเป็นพลังในการเป็นคนดี
มีจิตใจดีเช่นกัน
- ปลูกต้นไม้ใหญ่ใช้เวลาร้อยปี
สร้างคนใช้เวลาสิบปี การจะสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้แข็งแกร่งมีคุณค่า
ต้องใช้ความอดทน ใช้เวลา โดยเฉพาะการสร้างคนหนึ่งคนให้เก่ง ยิ่งต้องใช้ความอดทนและใช้เวลามาก
ทั้งตัวผู้สร้างและผู้ถูกสร้าง เพราะนั่นหมายถึง
การสร้างให้คนคนนั้นเพียบพร้อมทั้งความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์
- ทำคุณให้ผู้อื่นต้องลืม
ผู้อื่นทำคุณให้ต้องจำ หากเราเคยทำประโยชน์หรือช่วยเหลือใครไว้
อย่าจดจำหรือคาดหวังการตอบแทน เพราะอาจไม่ได้ดังที่หวัง หรือ
เผลอไปทวงบุญคุณให้เขาเสียความรู้สึก แต่ถ้ามีใครช่วยเหลือเราต้องจดจำให้แม่น
เพื่อหาโอกาสตอบแทนบุญคุณ
- คนที่ชอบโยนความผิดให้ผู้อื่น
เป็นคนที่ยากจะพัฒนาให้ดีได้ คนบางคนไม่ยอมรับความผิดของตน ชอบหาแพะรับบาป
หมกมุ่นกับการหาวิธีโยนความผิดให้ผู้อื่น แทนที่จะใช้เวลาในการพัฒนางานของตน
คนประเภทนี้ ยากที่จะพัฒนาได้
- อยากเจริญก้าวหน้า
ต้องทำตัวเหมือนคนกำลังขึ้นเขา คนเดินขึ้นภูเขา จะต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเสมอ
เปรียบเสมือนคนอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งจะมีแต่คนรัก
แต่คนเดินลงจากภูเขาจะเอนตัวไปข้างหลัง เปรียบเสมือนคนเย่อหยิ่งจองหอง
ซึ่งไม่มีใครชอบ ดังนั้น ถ้าต้องการให้มีคนรัก
และช่วยสนับสนุนให้เจริญก้าวหน้า ควรประพฤติตนเสมือนคนกำลังเดินขึ้นเขา
- ผลักน้ำออกไป น้ำไหลเข้ามา
วักน้ำเข้ามา น้ำไหลออกไป คนที่เป็นผู้ให้ มักได้รับสิ่งตอบแทนเสมอ
อย่างน้อยก็ต้องได้ความรักและความชื่นชมจากผู้อื่น
เปรียบเสมือนผลักน้ำออกไปจากตัว น้ำก็ยิ่งจะไหลเข้ามา
แต่คนที่มีแต่ความโลภอยากได้จากผู้อื่น กลับต้องเป็นผู้สูญเสีย
ไม่ได้รับแม้แต่ความรักและความศรัทธา เปรียบเสมือนคนที่พยายามวักน้ำเข้าหาตัว
น้ำก็จะยิ่งไหลออกไป
- มีคู่แข่งได้ แต่ต้องไม่มีคู่แค้น
การทำธุรกิจก็เหมือนการเล่นกีฬา ต้องมีคู่แข่ง มีผู้แพ้ผู้ชนะ
แต่ต้องไม่มีคู่แค้น เพราะการมีคู่แค้นทำให้ธุรกิจนั้นมัวหมอง ไม่สดใส
ไม่มีอนาคต
- เกิดเป็นคน เงยหน้าต้องไม่อายฟ้า
ก้มหน้าต้องไม่อายดิน
คนเราเกิดมาอย่ามุ่งแต่จะหาประโยชน์ใส่ตนจนกลายเป็นคนเอาเปรียบสังคม หรือ
เบียดเบียนธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
คบคนดี ไม่สร้างศัตรู
การคบคนดีก็เหมือนการคบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล การยอมกันสักนิดเพื่อไม่ต้องเป็นศัตรูกันจะดี
เพราะการมีศัตรูเป็นหนทางสู่ความหายนะ(ที่มา ดร.เทียม โชควัฒนา)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น